Update มุมมองต่อ AI ในปี 2026
"ความเกลียดชังไม่ทำให้โลกใบนี้ดีขึ้นหรอก"
คำพูดนี้มาจากเฮียวิทย์จาก PYMK ตอน 50 ซึ่งก็คงจะสื่อได้ถึงเหตุการณ์ปัจจุบันสำหรับบันทึกนี้
ถึงคนที่มาอ่านโพสต์นี้
ถึงแม้ว่าโพสต์นี้จะเป็นแค่การบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ กับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เจอใน Social Media โดยจะเน้นไปในทางด้าน Generative AI เฉพาะ Image และ Video เป็นหลักเพราะว่าเป็นเรื่องที่มีกระแสทำให้ โลกของการสร้างสรรค์แทบจะแตกออกเป็น 2 ฝั่งในปัจจุบัน และ มีความสุดโต่งในทางด้านความคิด และเสียงเหล่านี้กลับดังกว่าสิ่งใด ๆ ใน Social Media
Disclaimer
เนื่องจาก Feed Algorithm ต่าง ๆ ใน Social Media อาจจะทำให้เกิดการ Bias และ Echo Chamber ของผู้เขียน หรือ อาจจะมีความเข้าใจผิดได้
ถึงในวันที่ใคร ๆ ก็สร้างงานสร้างสรรค์ได้ผ่านข้อความแล้ว
- ถ้ามองมาถึงปัจจุบันก็คง
GPT Image 2ที่เรียกได้เลยว่าเป็นโมเดล Image Generation + Image Editing ที่ดีที่สุดในปัจจุบัน แทบจะเรียกว่า Frontier Model ได้เลย ในปัจจุบัน สิ่งที่เห็นเยอะมากขึ้นก็คงจะเป็นปกคลิป Youtube จากเดิมจะใช้Gemini (Nano Banana Pro/2)ในการทำปกคลิปขึ้นมา ต่อมาก็คงจะเป็นแบบทำ Infographics แบบเต็มไปหมดจริง ๆ ด้วย Design ที่คล้าย ๆ กันหมด หรืออีกแบบก็คงจะเป็นปกติไปแล้วมั้ง
การกล่าวหาผิด ๆ ที่ทำให้ไม่มีโอกาสออกมาแก้ต่างใด ๆ แต่ผู้ถูกกระทำเสียหายฝั่งเดียว
- ปกติก็คงจะเรียกคำนี้
ตำรวจนักวาดที่การกระทำก็คงจะคล้าย ๆ กับการล่าแม่มด โดยตัวเองบอกว่าเป็นนักวาดซึ่งจะเป็นคนที่ตาม ๆ นักวาด และฟังมุมมองว่าไม่เอา AI (รายละเอียดของแต่ละนักวาดก็จะแตกต่างกันไป) แล้วก็ไปไล่บี้แต่ละคนไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ บางทีก็จะมีการกระทำแบบเช่น
ตัวอย่างสิ่งที่ ตำรวจนักวาด เข้าไปล่าแม่มด
- ขอดู layer และไฟล์ภาพที่มี layer ให้ดู
- ขอ Timelapse (aka. Speedpaint)
- กล่าวหาไปเลย แล้วส่งทัวร์มาผ่านการ quote + share แบบใส่ caption
เคสที่เจอมาแล้ว
- นักวาด Webtoon ชื่อดังโดนกล่าวหาลอย ๆ จนนิยายที่ลงขายใน meb ถูกถอดออก และ โดนให้ส่งหลักฐานการทำงานทั้งหมดกับของที่ขายในงาน Comic Mania และ ผู้ที่แจ้งเรื่องไปกลับลอยตัวจนไม่ต้องทำอะไร อาจจะเสพติดความถูกต้องแบบ สำเร็จสิ่งนั้นจริง ๆ ก็เป็นไปได้
- โดนกล่าวหาผิด ๆ แต่พอฟ้องกลับก็หาว่า
SLAPPใส่อีก
ความคิดเห็นส่วนตัว
- ก็คงไม่ต่างจาก Red Guard ในเหตุการณ์ ปฎิวัติวัฒนธรรม ในสมัย Mao Zedong ที่มีการ Purge คนที่ไม่ตรงอุดมการณ์ในปัจจุบัน ก็อาจจะมองได้ใน Social Media ปัจจุบันก็คงแบบทัวร์ลง แต่แค่ไม่ได้ทำแบบ Physical แล้ว เป็นการทำทาง Social แทน ก็อาจจะมองได้ว่าแบบ ซึ่งจุดนี้ก็เริ่มบานปลายไปแล้ว และเริ่มอาจจะมี Purge กันเองก็เป็นไปได้
Engagement กับ Monetize กลายเป็นสิ่งที่เป็นปกติในปัจจุบัน
- ถ้ามองการทำ content ในปัจจุบัน วิธีที่ลัดที่สุดก็คงจะ ทำโพสต์กล่าวหาใครก็ได้แล้วปั้นอะไรขึ้นมาสักอย่าง อาจจะจริง หรือไม่จริง หรือเป็นเรื่องในอดีตแบบนานมาแล้วจนลืมหมด และก็ใช้พลัง GAT เชื่อมโยงแบบเชิงซ้อน 150 เต็มได้ และก็ลงโพสต์ไป และสร้างแอคเค้ามาสนับสนุน การกระทำนี้ จนไปถึงเจ้าตัว กลายเป็นว่า สร้างความเกลีบดชังเป็นทางลัดที่จะได้ยอด engagement ได้ง่ายที่สุด
- ถ้าอีกแบบก็คงแบบทำโพสต์ที่จะทำให้เกิดการถกเถึยงกัน และปล่อยไปเลยว่า comment อะไรกัน เพราะคนโพสต์ได้เงินไปแล้ว
AI ไม่ได้ทำให้ใคร Expert กับ "สิ่ง" นั้น
- ถ้าเคสแบบประมาณว่าใช้ AI ตัวนึง แค่เป็นพอแต่ไม่ได้เอาไปใช้งานทำงานจริง -> เปิดคอร์สสอนกันกระจุยกระจายไปหมด แบบ สร้างหนังระดับ HOLLYWOOD, คอร์สสร้างการ์ตูนให้ขายได้ xxxxxx บาท อะไรแบบนี้ นี่ไม่ชอบเลย และคนเขียนก็คงจะไม่ทำคอร์สสอนด้วยซ้ำ เพราะไม่ได้ expert และเข้าใจ fundamental ในการทำสื่อสร้างสรรค์ทั้ง Image และ Video ใด ๆ
- เป็นคนใช้ AI ก็จริงแต่เกลียด AI Bro ที่มองว่า AI จะทำให้เปลี่ยนโลกใบนี้แบบทุกอย่างบนโลก และทำลายการทำงานเดิม ๆ อีกต่อไป แบบเชื่อไปแล้วว่า disrupt ทันที โดยไม่สนใจอะไรเลย
พื้นฐานของแต่ละสิ่งยังสำคัญอยู่มั้ย ถ้าเรียนไปก็แพ้ AI
- ก็... อาจจะสำคัญในวันนี้มั้ง เช่นภาพวาดต้องมีองค์ประกอบศิลป์ การเข้าใจการจัดองค์ประกอบภาพ จุดเด่น โทนสี การเลือกสีที่ใช้ การสร้าง style ขึ้นมา บลา ๆๆๆ หรือการทำหนังเช่น การเขียนบท การลำดับภาพ หรืออื่น ๆ (อันนี้อาจจะไม่ถูกต้องเพราะไม่ได้ expert ตรงนี้เพราะคนเขียนมี fundamental ด้าน programming มากกว่า)
จุดที่มองเป็น Gray Area จนถึงปัจจุบัน
- เคสนี้เกิดจากคนที่ใช้ AI เจนภาพคัด Comiket แล้วผ่านมาได้ซึ่งงานก็คือ fanmade ของ fandom นั่นแหล่ะ เช่นด้อม Genshin Impact มีคนใช้ AI genคัดเข้าผ่าน และ ได้ไปขายของในงาน Comiket ซึ่งก็มีเสียงแตกเหมือนกันใน X (Formerly Twitter) แต่ก็จบไปที่ว่างานคุณก็ Grey เหมือนกันนั่นแหล่ะ ไม่ได้ original ตัวเอง
จะบอกได้เมื่อไหร่ว่า ตัวเองใช้ AI ในการสร้างสรรค์งาน
- ถ้าต่อไปนี้จะใช้คำว่า AIGC Creator แทน AI Artist เพราะว่าคำจำกัดความของคำว่า Artist บางคนมองแคบเกินไป ก็คงจะเป็นว่า ถ้าไม่บอกว่าใช้ AI วาดเองหมด แล้วโดนจับได้ว่า AI อันนี้ไม่โอเคสุด ๆ เช่นการจ้างวาด (Comission) เป็นต้น แต่ถ้าบอกไปเลยอ่อออ ใช้นะ เจนภาพลงเล่น ๆ แต่ถ้ามีคนมาอยากให้เจนนู่นนี่ก็รับเป็นปกติได้ ก็คงจะมีแบบนี้ อันนี้โอเค กันอยู่ล่ะ
ไม่บอกก็โดน บอกก็โดน จะเอา AI มาใช้
- การปิดบังว่าใช้ AI นะจริง ๆ ก็ไม่ควรแต่ก็จะมีแบบ บอกก็โดนด่า ไม่บอกก็โดนด่าอีก กลายเป็นว่าทุกวันนี้ก็คงต้องพิสูจน์ที่ไม่ได้อะไรกลับมาเลยอีกแล้วสินะ ไม่มีใครถูกใจอะไรบนโลกนี้หรอก แต่ความไม่ถูกใจมักจะเข้ามาได้ไวและเห็นได้เยอะกว่า (ปกติสุด ๆ)
AI ไม่ได้อวสานอาชีพเร็ว ๆ นี้ เพราะว่ายังไงคุณค่าของคนก็ยังมีอยู่
- ถ้าย้อนกลับไปในช่วงแรกก็คือ
AI จะก๊อป Style แล้วเอาไปเปิด Comission ในราคาถูกกว่า และมาตัดราคาคนที่วาด Style นี้กันทีหลังจริง ๆ ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบแบบจริง ๆ เช่น รายได้จาก Comission ตรง ๆ ลดลงเพราะว่า AI ถ้ามีเคสนี้มาแล้วอยากให้ส่งมาทาง email vjumpkung@gmail.com ได้เลย จะได้เอามา Update ความรู้ของผู้เขียนด้วย - ถ้าคนเขียนก็คงจะโดนเร็ว ๆ นี้เพราะทุกวันนี้ก็แทบจะไม่เขียน code เองแล้ว 5555
ถึงแม้ว่าจะทำงานเกี่ยวกับ AI แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะเข้าข้าง AI เสมอไป
- ไม่ชอบแบบการที่เอา AI มาผลิตอะไรที่เป็นซ้ำ ๆ รัว ๆ แบบที่เรียกว่า AI Slop นั่นแหล่ะ มันไม่ได้อะไรเลย และทำให้คนมอง AI ไปในทางนั้นเรื่อย ๆ ด้วยซ้ำ
โรงงานผลิตคลิป AI ที่หวังโกยเงินระยะสั้น
- ถ้าอยากไล่เรียงเทรน โรงงานผลิตคลิป AI ก็คงจะมีตามนี้ ซึ่งโดยเริ่มจากการใช้งาน n8n และ มีคอร์สสอนการผลิตคลิปแบบนี้มากมาย
- ผลิตเพลง AI จาก Suno แล้วทำเป็น longplay ยาว ๆ
- คลิปแมวเต้นจาก จาก Google Veo 3
- คลิปหั่นของ ASMR จาก Google Veo 3
- คลิปจาก Sora 2 (ของ OpenAI) ในรูปแบบต่าง ๆ
- คลิปสิ่งของให้ความรู้สร้างจาก grok imagine โดยเหมือนกับ AI 0 เหรียญ
- คลิปละครคุณธรรม AI (รวมไปถึงละครผลไม้)
งาน Craft แพ้ Automation ไปแล้ว
- เป็นเรื่องน่าเศร้าเช่นกัน เพราะ อนาคตถ้า AIGC ถูกป้อนเข้า Internet มากกว่าคนสร้างแล้ว ต่อไปก็คงจะเห็นแต่อะไรแบบนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ และมียอดที่ดีกว่าเพราะปริมาณที่เข้ามาเยอะกว่างาน craft ปกติแบบสุด ๆ เพราะของพวกนี้ทำงานแบบไม่มีวันหลับนอนได้ (ยกเว้น token หมด)
บทส่งท้าย
- ในนี้คงมีแต่เรื่องเสี่ยง ๆ ที่พูดไม่ได้ใน Social Media หลัก ๆ ด้วยซ้ำที่มีแต่สังคมที่มีความเกลียดชังเต็มไปหมด บางทีอ่านแล้วก็จิตตกเหมือนกัน หรือรับไม่ไหวเหมือนกัน แต่ก็คงต้องอยู่กับอะไรที่มีแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ และห้ามอะไรไม่ได้อยู่แล้ว ในหนัง The Social Dilemma ก็คงกล่าวถึงการสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่ง ก็คงจะเป็นเรื่องจริงไปแล้วในปัจจุบัน จะไปโทษ Social Media ก็ไม่ได้อีก ก็คงต้องโทษตัวเองนั่นแหล่ะที่เข้าไปคลุกวงในในนี้ไปตลอด
เนื่องจากคนเขียนเขียนตามความรู้สึกตัวเองการกล่าวถึงใด ๆ จะไม่มีการแนบ Link และหากต้องการให้ลบทิ้งโปรดติดต่อ email vjumpkung@gmail.com และให้เหตุผลที่สมเหตุสมผลด้วย และ ถ้าอยากพูดคุยทางแชทสามารถทัก discord _vjump มาได้แต่อยากให้แนะนำตัวหน่อย
