คู่มือการใช้งาน vjumpkung ComfyUI Desktop ฉบับสมบูรณ์ (Windows)
vjumpkung ComfyUI Desktop เป็นโปรแกรมบน Windows สำหรับติดตั้งและจัดการ ComfyUI แบบครบวงจรในหน้าต่างเดียว ไม่ต้องพิมพ์คำสั่งเอง ไม่ต้องติดตั้ง Python หรือ Git แยก โปรแกรมจะจัดการให้ทั้งหมด
โปรแกรมนี้ทำอะไรได้บ้าง
- ติดตั้ง ComfyUI พร้อม Python, PyTorch (CUDA) และ Triton ที่เลือกเวอร์ชันมาให้แล้วด้วย Setup Wizard
- กด Start / Stop / Restart ComfyUI และดู Log แบบ Real-time
- เปิด ComfyUI ในหน้าต่างของโปรแกรมเอง (ลากไฟล์ Workflow มาวางได้) หรือเปิดใน Browser
- ดาวน์โหลดโมเดลจาก CivitAI, Hugging Face, Google Drive และลิงก์ตรง พร้อมตรวจสอบ Checksum
- Import / Export รายการดาวน์โหลด (resource list) เพื่อใช้ซ้ำโดยไม่ต้องเก็บลิงก์เอง
- คลังโมเดล ค้นหา / เปลี่ยนชื่อ / ย้าย / ลบ และระบุโมเดลจาก CivitAI ด้วย Hash
- ติดตั้ง Custom Nodes จาก Comfy Registry หรือ Git พร้อมหน้าตรวจสอบก่อนติดตั้ง
- ดูและจัดการ Python Package โดยมีระบบป้องกันไม่ให้ torch / CUDA ถูกเปลี่ยนโดยไม่ตั้งใจ
- ซ่อม (Repair) หรือเปลี่ยนเวอร์ชัน torch / CUDA / Python ได้โดยไม่ทำให้ของเดิมพัง
ภาพทั้งหมดในบทความนี้ถ่ายจากโปรแกรมเวอร์ชัน 0.1.0 บน Windows 11 กับการ์ดจอ NVIDIA GeForce RTX 3060 12GB
สิ่งที่ต้องมี
- Windows 10 หรือ 11 แบบ 64-bit
- การ์ดจอ NVIDIA ที่มี Compute Capability 8.0 ขึ้นไป (ตระกูล RTX 30xx, RTX 40xx, RTX 50xx ขึ้นไป) และอัปเดต Driver ให้ใหม่
- พื้นที่ว่างในไดรฟ์ที่จะติดตั้งประมาณ 20 GB ขึ้นไป (ยังไม่รวมโมเดล)
- อินเทอร์เน็ต สำหรับดาวน์โหลด Python, PyTorch และ ComfyUI ครั้งแรก (หลาย GB)
- (ไม่บังคับ) CivitAI API Key สำหรับโมเดลที่ต้อง Login วิธีการขอ CivitAI API Key
- (ไม่บังคับ) Huggingface Access Token สำหรับโมเดลที่ต้องขอสิทธิ์ วิธีการขอ Huggingface Access Token
เนื้อหาในบทความนี้
- ติดตั้งโปรแกรม
- ตั้งค่าครั้งแรกด้วย Setup Wizard
- ส่วนประกอบของหน้าจอหลัก
- หน้า ComfyUI (เปิด/ปิด, Log, Launch options, อัปเดต, Extra model paths)
- หน้า Downloads (ดาวน์โหลดโมเดล, Import / Export)
- หน้า Models (คลังโมเดล)
- หน้า Custom Nodes
- หน้า Environment (Python Package และ Re-setup)
- หน้า Settings
- การแก้ปัญหาที่พบบ่อย
- ไฟล์ถูกเก็บไว้ที่ไหน และการถอนการติดตั้ง
1. ติดตั้งโปรแกรม
ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งได้จากหน้า GitHub Releases (เร็ว ๆ นี้) โดยมีให้เลือก 2 แบบ
| ไฟล์ | รายละเอียด |
|---|---|
vjumpkung-comfyui-desktop_0.1.0_x64-setup.exe | ตัวติดตั้งแบบ NSIS ติดตั้งให้เฉพาะผู้ใช้ปัจจุบัน (แนะนำ) |
vjumpkung-comfyui-desktop_0.1.0_x64_en-US.msi | ตัวติดตั้งแบบ MSI |
- ดับเบิลคลิกไฟล์ติดตั้ง ถ้า Windows ขึ้นหน้าจอสีฟ้า Windows protected your PC (เพราะโปรแกรมยังไม่ได้ Sign) ให้กด More info แล้วกด Run anyway
- ถ้าเครื่องยังไม่มี Microsoft Edge WebView2 Runtime ตัวติดตั้งจะดาวน์โหลดและติดตั้งให้อัตโนมัติ
- ติดตั้งเสร็จแล้วเปิดโปรแกรม vjumpkung ComfyUI จาก Start Menu
โปรแกรมเปิดได้ทีละ 1 หน้าต่างเท่านั้น ถ้าเปิดซ้ำ โปรแกรมจะดึงหน้าต่างเดิมขึ้นมาแทน
แนะนำ ให้เปิด Windows Long Paths ไว้ก่อน (โปรแกรมจะแสดงสถานะให้ดูในขั้นตอน Hardware) เพราะ Python และ Git มักมี Path ที่ยาวเกินค่าเริ่มต้นของ Windows
2. ตั้งค่าครั้งแรกด้วย Setup Wizard
เปิดโปรแกรมครั้งแรกจะเจอหน้า Set up ComfyUI ซึ่งมีทั้งหมด 6 ขั้นตอน คือ Install root → Hardware → Python source → Profile → Options → Review
2.1 Install root (โฟลเดอร์ติดตั้ง)
โฟลเดอร์นี้จะเก็บทุกอย่าง ทั้ง ComfyUI, โมเดล, Custom Nodes, Python Environment และข้อมูลของโปรแกรม ค่าเริ่มต้นคือ C:\Users\ชื่อผู้ใช้\AppData\Local\vjumpkung-comfyui
ถ้าต้องการติดตั้งไว้ไดรฟ์อื่น (เช่นไดรฟ์ D: ที่มีพื้นที่เยอะกว่า) ให้พิมพ์ Path ใหม่ หรือกด Browse เพื่อเลือกโฟลเดอร์ แล้วกด Save install root
เมื่อเปลี่ยนโฟลเดอร์ โปรแกรมจะขึ้นข้อความ Restart required ให้กด Restart now โปรแกรมจะปิดและเปิดใหม่โดยใช้โฟลเดอร์ใหม่ทันที ค่าที่เลือกไว้จะถูกย้ายตามไปด้วย
เลือก Path ที่สั้นและไม่มีสิทธิ์พิเศษ เช่น
D:\vjumpkung-comfyuiหรือC:\vjcจะช่วยลดปัญหา Path ยาวเกิน
หลังจากเปิดใหม่ ช่อง Install root จะเป็นโฟลเดอร์ใหม่แล้ว กด Continue ได้เลย
2.2 Hardware (ตรวจสอบเครื่อง)
โปรแกรมจะตรวจสอบให้อัตโนมัติว่า
- เจอการ์ดจอ NVIDIA หรือไม่ และ Compute Capability (CC) เท่าไร
- เวอร์ชัน Driver และ CUDA สูงสุดที่ Driver รองรับ
- พื้นที่ว่างในไดรฟ์ที่ติดตั้ง
- เปิด Windows long paths แล้วหรือยัง
ถ้าเพิ่งอัปเดต Driver หรือเคลียร์พื้นที่ ให้กด Check hardware again เพื่อตรวจใหม่ แล้วกด Continue
2.3 Python source (เลือก Python)
มีให้เลือก 3 แบบ
| ตัวเลือก | ความหมาย |
|---|---|
| App-managed (แนะนำ) | โปรแกรมดาวน์โหลด Python เวอร์ชันที่ถูกต้องและสร้าง venv ให้เองใน envs/ |
| Custom venv | ใช้ venv ของเราเอง ถ้าเลือกโฟลเดอร์ว่าง โปรแกรมจะสร้าง venv ใหม่ให้ ถ้าเลือก venv ที่มีอยู่แล้ว โปรแกรมจะนำมาใช้ (Adopt) และจะไม่ลบมันเด็ดขาด |
| Custom interpreter | เลือกไฟล์ python.exe ที่มีอยู่ในเครื่อง โปรแกรมจะสร้าง venv ใหม่จาก Python ตัวนั้น |
มือใหม่แนะนำให้เลือก App-managed แล้วกด Continue ได้เลย
ถ้าเลือก Custom venv จะมีช่องให้เลือกโฟลเดอร์ venv พร้อมปุ่ม Validate Python
ถ้าเลือก Custom interpreter ให้ใส่ Path ของ python.exe แล้วกด Validate Python โปรแกรมจะตรวจว่าใช้ได้หรือไม่ทีละข้อ ตัวอย่างด้านล่างคือ Python 3.11 ซึ่ง ไม่ผ่าน เพราะโปรแกรมรองรับเฉพาะ Python 3.12 ถึง 3.14 (และต้องตรงกับ Python ของ Profile ที่เลือกในขั้นถัดไป)
2.4 Profile (เลือกชุด Python + PyTorch + CUDA)
Profile คือชุดเวอร์ชันที่ทดสอบมาแล้วว่าใช้ด้วยกันได้ ตัวที่มีป้าย Recommended จะถูกเลือกไว้ให้แล้ว
| Profile | ใช้เมื่อ |
|---|---|
| Python 3.12, PyTorch 2.10.0, CUDA 13.0 (Recommended) | ค่าเริ่มต้น มี torchaudio ด้วย Custom Nodes ด้านเสียงใช้ได้ |
| Python 3.13, PyTorch 2.14.1, CUDA 13.0 | อยากได้ PyTorch ใหม่กว่า (ไม่มี torchaudio) |
| Python 3.13, PyTorch 2.14.1, CUDA 12.6 (older drivers) | Driver เก่าที่ยังไม่รองรับ CUDA 13 |
| Python 3.14 (experimental), PyTorch 2.14.1, CUDA 13.0 | ทดลอง ยังไม่แนะนำ |
- Profile ที่เครื่องเราใช้ไม่ได้จะถูกปิดไว้พร้อมบอกเหตุผล เช่น Driver ไม่รองรับ CUDA หรือพื้นที่ไม่พอ
- กด Compatibility evidence เพื่อดูหลักฐานการทดสอบของแต่ละ Profile
- Estimated peak คือพื้นที่ดิสก์ที่ต้องใช้ระหว่างติดตั้งโดยประมาณ
2.5 Options (ตัวเลือกเสริม)
ComfyUI source เลือกเวอร์ชัน ComfyUI ที่จะติดตั้ง
- Latest release (ค่าเริ่มต้น แนะนำ) เวอร์ชัน Release ล่าสุด เสถียรที่สุด
- Latest commit (master) โค้ดล่าสุดของ ComfyUI ได้ฟีเจอร์ใหม่ไวแต่อาจไม่เสถียร
- Specific tag ระบุเวอร์ชันเองแบบตรงตัว เช่น
v0.42.1
Optional components
- Install ComfyUI-Manager ติ๊กไว้ให้แล้ว แนะนำให้คงไว้
- Clean package cache after setup ลบ Cache หลังติดตั้งเสร็จเพื่อประหยัดพื้นที่
Accelerators เช่น SageAttention, FlashAttention, onnxruntime-gpu ทุกตัวยังเป็น experimental ไม่ได้ถูกเลือกไว้ ถ้าติดตั้งไม่สำเร็จจะขึ้นเป็นคำเตือนเท่านั้น ไม่ทำให้การติดตั้งทั้งหมดล้มเหลว มือใหม่ไม่ต้องติ๊ก
Curated custom nodes รายการ Custom Nodes ยอดนิยมที่คัดมาแล้ว (เช่น ComfyUI-GGUF, ComfyUI-KJNodes, rgthree-comfy, ComfyUI-VideoHelperSuite, ComfyUI-WanVideoWrapper ฯลฯ) ติ๊กเลือกตัวที่ต้องการได้เลย ทุกตัวจะติดตั้งจาก Commit ล่าสุดของ Repository นั้น
2.6 Review (ตรวจสอบก่อนติดตั้ง)
หน้าสุดท้ายจะสรุปทุกอย่างที่เลือกไว้ ถ้ามีการติดตั้ง ComfyUI-Manager หรือ Custom Nodes จะมีกล่อง Third-party code แจ้งว่าจะมีการรันโค้ดของบุคคลที่สามบนเครื่อง การกด Start setup ถือว่ายอมรับแล้ว ระหว่างติดตั้งจะไม่ถามซ้ำอีก
ตรวจสอบให้เรียบร้อยแล้วกด Start setup
2.7 รอติดตั้ง
โปรแกรมจะแสดงขั้นตอนทั้งหมด 14 ขั้น พร้อม Setup log ด้านล่าง ตั้งแต่ดาวน์โหลดเครื่องมือ, สร้าง Python, Clone ComfyUI, ติดตั้ง PyTorch, ตรวจสอบ CUDA, ติดตั้ง Triton, ติดตั้ง Requirements ของ ComfyUI, ComfyUI-Manager, Custom Nodes ที่เลือก ไปจนถึง Final verification ที่ทดสอบว่าการ์ดจอใช้งานได้จริง
- ในเครื่องที่ใช้ทดสอบใช้เวลาประมาณ 15 นาที ขึ้นกับความเร็วอินเทอร์เน็ต
- Abort setup ยกเลิกการติดตั้ง (โปรแกรมจะเก็บกวาดให้)
- Reconnect status ดึงสถานะล่าสุดใหม่ถ้าหน้าจอไม่อัปเดต
- ติดตั้งสำเร็จแล้วโปรแกรมจะ รีสตาร์ทตัวเอง 1 ครั้ง แล้วเข้าสู่หน้าหลัก
ถ้ามีขั้นตอนไหนล้มเหลว หน้าจอจะแสดงชื่อขั้นตอน ข้อความ Error คำสั่งที่รัน และ Log บรรทัดสุดท้าย พร้อมปุ่ม
- Retry same run ลองขั้นที่ล้มเหลวใหม่ (เช่นเน็ตหลุดระหว่างดาวน์โหลด)
- Skip optional step ข้ามขั้นที่ไม่บังคับ (มีเฉพาะขั้นแบบ optional เช่น Accelerator)
- Abort setup ยกเลิกทั้งหมด
3. ส่วนประกอบของหน้าจอหลัก
- เมนูด้านซ้าย มี 7 หน้า คือ Overview, ComfyUI, Downloads, Models, Custom Nodes, Environment และ Settings
- แถบด้านบน แสดงสถานะ ComfyUI (Stopped / Starting / Running) พร้อมปุ่ม Start หรือ Stop ใช้ได้จากทุกหน้า
- ปุ่มรูปพระอาทิตย์/พระจันทร์ มุมขวาบนใช้สลับธีมสว่าง/มืด
- หน้า Overview แสดงเวอร์ชันโปรแกรม, โฟลเดอร์ข้อมูล (Data directory) และที่เก็บ Token (Credential store เป็น OS keyring)
ตัวอย่างธีมสว่าง (Light)
4. หน้า ComfyUI
4.1 Start / Stop / Restart
กด Start (ในหน้านี้หรือแถบด้านบน) สถานะจะเปลี่ยนเป็น Starting และเป็น Running เมื่อ ComfyUI พร้อมใช้งาน โดยจะแสดง Address, Process ID, เวอร์ชัน และเวลาที่เริ่ม
- Stop ปิด ComfyUI
- Restart ปิดแล้วเปิดใหม่ (ใช้หลังติดตั้ง Custom Nodes หรือแก้ Launch options)
- Open ComfyUI เปิด ComfyUI ในหน้าต่างของโปรแกรม
- Open in system browser เปิด ComfyUI ใน Browser ปกติ (Chrome, Edge ฯลฯ)
4.2 Log
กล่อง Log แสดงผลลัพธ์จาก ComfyUI แบบ Real-time โดย Token และลิงก์ที่มีรหัสจะถูกซ่อนให้อัตโนมัติ
- Clear view ล้างหน้าจอ Log (ไฟล์ Log จริงยังอยู่ใน
data\logs) - Copy diagnostics คัดลอกรายงานสำหรับแจ้งปัญหา (มีข้อมูลเครื่อง, การ์ดจอ, Environment และ Log ล่าสุด โดยลบ Token และ Path ออกให้แล้ว)
4.3 หน้าต่าง ComfyUI และการลากไฟล์ Workflow มาวาง
กด Open ComfyUI จะได้หน้าต่าง ComfyUI แยกออกมา ใช้งานได้เหมือนเปิดใน Browser ทุกอย่าง (ปุ่ม Manager ด้านบนมาจาก ComfyUI-Manager ที่ติดตั้งตอน Setup)
หน้าต่างนี้รองรับการ ลากไฟล์มาวาง (Drag and drop) ลากรูป PNG ที่สร้างจาก ComfyUI หรือไฟล์ Workflow .json จาก File Explorer มาวางบน Canvas ได้เลย Workflow จะถูกเปิดในแท็บใหม่ทันที
หน้าต่างนี้เปิดได้เฉพาะ ComfyUI ในเครื่อง (
http://127.0.0.1) เท่านั้น ถ้ากดลิงก์ไปเว็บข้างนอก ลิงก์จะไปเปิดใน Browser ปกติแทน
4.4 Launch options (ตัวเลือกตอนเปิด ComfyUI)
| ตัวเลือก | ความหมาย |
|---|---|
| Port | Port ของ ComfyUI ค่าเริ่มต้น 8188 |
| VRAM mode | Automatic, Low VRAM, High VRAM หรือ No VRAM (ย้ายทุกอย่างไป RAM) |
| Attention backend | Default, SageAttention, FlashAttention, PyTorch / Split / Quad cross attention (SageAttention / FlashAttention ต้องติดตั้งไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นจะ Start ไม่ได้) |
| Preview method | วิธีแสดงภาพตัวอย่างระหว่างเจน: Automatic, Latent to RGB, TAESD หรือ None |
| Enable the built-in ComfyUI Manager | เปิด Manager แบบ Built-in ของ ComfyUI (ดูหมายเหตุด้านล่าง) |
| Listen on the local network | เปิดให้เครื่องอื่นใน LAN เข้าใช้งานได้ |
| Extra arguments | ใส่ Argument เพิ่มเอง บรรทัดละ 1 ตัว เช่น --fast หรือ --reserve-vram=2 (ห้ามใส่ Port, Listen และ Model paths เพราะโปรแกรมจัดการให้แล้ว) |
แก้ไขเสร็จกด Save launch options ค่าจะมีผลตอน Start ครั้งถัดไป
Listen on the local network เมื่อติ๊กจะขึ้นคำเตือน Network exposure เพราะ ComfyUI ไม่มีระบบ Login ใครก็ตามที่เข้าถึงเครื่องเราผ่านเครือข่ายได้จะสามารถรัน Workflow และอ่านไฟล์ที่ ComfyUI เปิดให้ได้ ต้องติ๊ก I understand the risk ก่อนถึงจะบันทึกได้ เปิดเฉพาะในเครือข่ายที่ไว้ใจเท่านั้น
หมายเหตุเรื่อง Built-in ComfyUI Manager ComfyUI-Manager ที่ติดตั้งตอน Setup เป็นแบบ Custom Node ซึ่งจะโหลดขึ้นมาเองอยู่แล้ว (มีปุ่ม Manager ในหน้าต่าง ComfyUI) ไม่ต้องติ๊ก ช่อง Enable the built-in ComfyUI Manager ถ้าติ๊กโดยที่ Environment ยังไม่มีแพ็กเกจ Manager แบบ Built-in จะ Start ไม่ได้และขึ้นข้อความ ComfyUI could not be launched แบบนี้
วิธีแก้คือเอาติ๊กออก กด Save launch options แล้วกด Retry start
4.5 Port ถูกใช้อยู่
ถ้า Port 8188 ถูกโปรแกรมอื่นใช้อยู่ (หรือมี ComfyUI อีกตัวเปิดค้างไว้) ตอนกด Start จะขึ้นหน้าต่าง Port 8188 is in use ให้เลือก
- Use port 8189 ใช้ Port ว่างที่โปรแกรมหาให้ และบันทึกเป็น Port ใหม่
- Cancel ไปปิดโปรแกรมที่ใช้ Port นั้นก่อน แล้วกด Start ใหม่
4.6 Version (อัปเดต / เปลี่ยนเวอร์ชัน ComfyUI)
- Update to latest commit (git pull) ย้ายไปโค้ดล่าสุดของ ComfyUI (master) ได้ของใหม่ไวแต่อาจไม่เสถียร
- Update to latest release ย้ายไปเวอร์ชัน Release ล่าสุด (แนะนำ)
- Fast-forward release/v0.42 อัปเดตเฉพาะ Branch ปัจจุบัน เช่นได้ Patch ใหม่ของ v0.42
- Release tag + Switch to vX.Y.Z เลือกเวอร์ชันที่ต้องการจากรายการ
ทุกครั้งที่กดจะมีหน้าต่างยืนยัน โปรแกรมจะติดตั้ง Requirements ใหม่โดยไม่แตะ torch / CUDA แล้วตรวจสอบ Environment ให้อีกครั้ง
- ถ้าเคยแก้ไฟล์ในโฟลเดอร์ ComfyUI เอง โปรแกรมจะ ไม่ยอมอัปเดต และแสดงสถานะ Git ให้ดู โดยไม่แตะไฟล์ของเรา
- การย้อนกลับไปเวอร์ชันเก่า จะเปลี่ยนแค่โค้ด ไม่ได้ย้อน Python Package กลับไปด้วย
- ถ้าเลือก
git pullเองนอกโปรแกรม แนะนำให้กด Repair ในหน้า Environment ตามหลัง
4.7 Extra model paths (ใช้โมเดลจากโฟลเดอร์อื่น)
ถ้ามีโมเดลเก็บไว้ในโฟลเดอร์อื่นอยู่แล้ว (เช่นใช้ร่วมกับ ComfyUI ตัวอื่นหรือ Forge) ไม่ต้อง Copy มาซ้ำ ให้ใส่โฟลเดอร์หลักในช่อง Model base folder (หรือกด Browse) แล้วกด Generate
โปรแกรมจะเขียนไฟล์ extra_model_paths.yaml ให้ และสร้างโฟลเดอร์ย่อยมาตรฐาน (checkpoints, loras, vae, ...) ที่ยังไม่มีให้อัตโนมัติ ตารางด้านล่างจะแสดงทุก Path ที่ ComfyUI จะใช้
- กด Generate ใหม่ด้วยโฟลเดอร์อื่นเพื่อเปลี่ยนได้
- Remove generated section ลบเฉพาะส่วนที่โปรแกรมสร้าง (โฟลเดอร์และโมเดลไม่ถูกลบ)
- ถ้าไฟล์เดิมไม่ได้สร้างจากโปรแกรม จะมีการ Backup ไว้ที่
data\backupsก่อนเสมอ - ต้อง Restart ComfyUI หลังเปลี่ยน เพราะ ComfyUI อ่านไฟล์นี้ตอนเปิดเท่านั้น
- โมเดลที่ดาวน์โหลดผ่านโปรแกรมยังลงที่
ComfyUI\modelsเหมือนเดิม
4.8 ปิดโปรแกรมตอน ComfyUI ยังทำงานอยู่
ถ้ากดปิดหน้าต่างตอน ComfyUI ยัง Running จะขึ้นหน้าต่าง ComfyUI is still active ให้เลือก
- Cancel ไม่ปิด
- Keep running in background ปิดหน้าต่างแต่ให้ ComfyUI ทำงานต่อ (เปิดโปรแกรมอีกครั้งจะกลับมาควบคุมได้เหมือนเดิม)
- Stop ComfyUI and exit ปิด ComfyUI แล้วออกจากโปรแกรม
ตั้งค่าให้เลือกแบบเดิมทุกครั้งโดยไม่ต้องถามได้ที่ Settings → When closing the window
5. หน้า Downloads (ดาวน์โหลดโมเดล)
หน้านี้ใช้ดาวน์โหลดโมเดลเข้าโฟลเดอร์ ComfyUI\models โดยตรง คิวดาวน์โหลดถูกบันทึกไว้ ปิดโปรแกรมแล้วเปิดใหม่ก็ยังอยู่
5.1 ลิงก์ที่รองรับ
| แหล่ง | ตัวอย่างลิงก์ |
|---|---|
| CivitAI | หน้าโมเดล https://civitai.com/models/58390 หรือแบบระบุเวอร์ชัน ?modelVersionId=62833 และลิงก์ API ดาวน์โหลด |
| Hugging Face | หน้า Repository เช่น https://huggingface.co/madebyollin/taesd (จะมีรายการไฟล์ให้เลือก) หรือลิงก์ไฟล์ตรงแบบ resolve / blob |
| Google Drive | ลิงก์ไฟล์ที่แชร์แบบ Anyone with the link (ไม่รองรับโฟลเดอร์และไฟล์ Docs / Sheets / Slides) |
| ลิงก์ตรง | ลิงก์ https:// อื่น ๆ (ถ้าเป็น http:// ต้องกดยืนยันก่อน) |
5.2 ดาวน์โหลดจาก Hugging Face
- กด Add download
- วางลิงก์ในช่อง Link แล้วกด Look up
- ถ้าเป็นลิงก์ Repository จะมีรายการไฟล์ให้ติ๊กเลือก (เลือกหลายไฟล์ได้ 1 ไฟล์ = 1 รายการดาวน์โหลด)
- เลือก Model folder ให้ถูกประเภท (checkpoints, loras, vae, vae_approx, ...) หรือ Other folder...
- (ไม่บังคับ) ใส่ Sub-folder เช่น
sdxlและ File name ถ้าต้องการเปลี่ยนชื่อไฟล์ - กด Download
5.3 ดาวน์โหลดจาก CivitAI
วางลิงก์หน้าโมเดลแล้วกด Look up โปรแกรมจะแสดงชื่อไฟล์ ขนาด และแนะนำโฟลเดอร์ให้ (เช่น loras (suggested)) คำว่า checksum published หมายถึงจะตรวจ SHA-256 หลังดาวน์โหลดเสร็จ ตัวอย่างนี้ใส่ Sub-folder เป็น sd15 เพื่อแยกโมเดลตามรุ่น
โมเดลบางตัวของ CivitAI ต้อง Login (หรือเป็น Early Access) และ Repository บางตัวของ Hugging Face ต้องขอสิทธิ์ก่อน ให้ใส่ Token ในหน้า Settings ก่อน (ดูหัวข้อที่ 9) โปรแกรมจะบอกชัดเจนว่าติดเรื่อง Token, สิทธิ์, Early access หรือหาไฟล์ไม่เจอ
5.4 คิวดาวน์โหลด หยุด / ทำต่อ / ยกเลิก
ระหว่างดาวน์โหลดจะเห็นขนาด ความเร็ว และเวลาที่เหลือ แต่ละรายการมีปุ่ม Pause, Resume, Retry และ Cancel
- ดาวน์โหลดเสร็จจะขึ้น COMPLETED และ VERIFIED ถ้าตรวจ Checksum ผ่าน
- เน็ตหลุดหรือเซิร์ฟเวอร์ Error โปรแกรมจะลองใหม่ให้เองสูงสุด 3 ครั้ง
- ไฟล์จะถูกดาวน์โหลดลงโฟลเดอร์ชั่วคราวก่อน ตรวจสอบผ่านแล้วถึงย้ายเข้าโฟลเดอร์โมเดล ไฟล์เสียจึงไม่หลุดเข้าไปปนกับโมเดลจริง
- ข้อควรรู้เรื่อง Resume Hugging Face (โหมด hf CLI ค่าเริ่มต้น) และ Google Drive จะ เริ่มใหม่จาก 0% เมื่อกด Resume / Retry หรือเปิดโปรแกรมใหม่ (มีป้ายเตือนในคิว) ลิงก์ CivitAI จะขอลิงก์ใหม่ทุกครั้งที่ทำต่อ ถ้าต้องการ Resume ไฟล์ Hugging Face ให้เปลี่ยน Hugging Face download engine เป็น Native ใน Settings
5.5 ไฟล์ซ้ำ / ชื่อซ้ำ
ถ้าดาวน์โหลดไฟล์ที่ชื่อซ้ำกับไฟล์ที่มีอยู่แล้ว จะขึ้นหน้าต่าง A file with this name exists ให้เลือก
- Skip ไม่ดาวน์โหลด
- Keep both เก็บทั้งคู่ ไฟล์ใหม่จะชื่อ
ชื่อไฟล์ (1).safetensors - Overwrite (move old to Recycle Bin) แทนที่ไฟล์เดิม (ไฟล์เดิมไปอยู่ใน Recycle Bin ไม่ได้ลบถาวร)
นอกจากนี้ ถ้ากดดาวน์โหลดไฟล์เดียวกันซ้ำในขณะที่ยังดาวน์โหลดอยู่ จะถูกปฏิเสธว่าเป็นรายการซ้ำ และถ้าในคลังมีไฟล์ที่ Hash ตรงกันอยู่แล้ว จะมีตัวเลือกให้ข้ามหรือดาวน์โหลดใหม่
5.6 Import pack (ดาวน์โหลดทีละหลายไฟล์จาก resource list)
ปุ่ม Import pack รับไฟล์ JSON รายการโมเดล (resource list) ได้ทั้งจากลิงก์ https และจากไฟล์ในเครื่อง รูปแบบไฟล์เป็นแบบนี้ (type คือชื่อโฟลเดอร์ใน ComfyUI\models)
[
{
"name": "taesdxl_decoder.safetensors",
"url": "https://huggingface.co/madebyollin/taesdxl/resolve/main/taesdxl_decoder.safetensors",
"type": "vae_approx"
},
{
"name": "taesdxl_encoder.safetensors",
"url": "https://huggingface.co/madebyollin/taesdxl/resolve/main/taesdxl_encoder.safetensors",
"type": "vae_approx"
}
]
- กด Import pack
- ใส่ลิงก์ในช่อง From a link (https) หรือเลือกไฟล์จาก Or from a file
- กด Preview จะเห็นรายการพร้อมขนาดไฟล์ ติ๊กออกตัวที่ไม่ต้องการได้
- กด Queue เพื่อเริ่มดาวน์โหลดทั้งหมด
นอกจาก resource list แล้วยังรับ Pack index (ไฟล์ที่รวมลิงก์ของ resource list หลายชุดแยกตามหมวด) ได้ด้วย
5.7 Export list
กด Export list เพื่อส่งออกรายการที่ดาวน์โหลดเสร็จแล้วเป็น resource list กด Copy เพื่อคัดลอก หรือ Save as file เพื่อบันทึกเป็นไฟล์ เอาไปแชร์หรือใช้ Import ในเครื่องอื่นได้ทันที (ลิงก์ชั่วคราวที่หมดอายุได้จะไม่ถูกใส่ไว้)
Tip ในตารางคิว ใช้ปุ่มลูกศรขึ้น/ลงเลื่อนระหว่างรายการได้
6. หน้า Models (คลังโมเดล)
หน้านี้แสดงโมเดลทั้งหมดใน ComfyUI\models และโฟลเดอร์จาก Extra model paths พร้อมจำนวนและขนาดรวม
6.1 ค้นหา กรอง และเรียงลำดับ
- ช่อง Search ค้นหาจากชื่อ โฟลเดอร์ หรือประเภท
- All categories กรองตามประเภท (loras, checkpoints, vae, ...)
- All folders กรองตามโฟลเดอร์ (ComfyUI models หรือโฟลเดอร์จาก Extra model paths)
- เรียงตาม Name, Category, Size หรือ Modified และสลับ Ascending / Descending
- Rescan สแกนใหม่ (ปกติโปรแกรมจะสแกนให้เองเมื่อไฟล์เปลี่ยน และทุก 30 วินาที)
6.2 ดูรายละเอียดโมเดล
คลิกที่ชื่อโมเดลจะเห็นรายละเอียดด้านขวา ทั้งประเภท ตำแหน่งไฟล์ ขนาด วันที่แก้ไข ที่มา (เช่น CivitAI v62833) และ SHA-256
6.3 Identify on CivitAI
กด Identify on CivitAI โปรแกรมจะคำนวณ Hash ของไฟล์แล้วค้นหาบน CivitAI ถ้าเจอจะแสดงชื่อโมเดล เวอร์ชัน Base model, Trigger words และรูปตัวอย่าง พร้อมบันทึกไฟล์ .civitai.info และ .preview.png ไว้ข้างโมเดล เหมาะสำหรับโมเดลเก่า ๆ ที่จำไม่ได้ว่าโหลดมาจากไหน (ไฟล์ใหญ่จะใช้เวลาคำนวณ Hash นานหน่อย)
6.4 Rename (เปลี่ยนชื่อ)
กด Rename แล้วใส่ชื่อใหม่ ไฟล์ Preview, CivitAI info และ JSON ที่ชื่อเดียวกันจะถูกเปลี่ยนชื่อตามให้อัตโนมัติ (ถ้าเปลี่ยนนามสกุลไฟล์ต้องกดยืนยันก่อน) รองรับชื่อภาษาไทย
6.5 Move (ย้ายโฟลเดอร์)
กด Move เลือก Model folder ปลายทาง และพิมพ์ Category and sub-folder เช่น vae_approx/sdxl หรือ loras/characters โปรแกรมจะสร้างโฟลเดอร์ที่ยังไม่มีให้ และไม่เขียนทับไฟล์ที่มีอยู่
6.6 Delete (ลบ)
เลือกโมเดล (ติ๊กหลายไฟล์พร้อมกันได้) แล้วกด Delete ไฟล์จะถูกย้ายไป Recycle Bin กู้คืนได้ ถ้าย้ายไป Recycle Bin ไม่ได้ โปรแกรมจะแจ้งและให้เลือก ลบถาวร เป็นอีกขั้นที่ต้องยืนยันเอง ไม่ลบถาวรให้เองเด็ดขาด
ไฟล์ถูกล็อก ถ้าโมเดลถูก ComfyUI โหลดไว้อยู่ การเปลี่ยนชื่อ/ย้าย/ลบจะไม่สำเร็จ (และไม่มีอะไรเปลี่ยน) โปรแกรมจะให้เลือก Retry หรือ Stop ComfyUI and retry
6.7 คีย์ลัดในตารางโมเดล
| ปุ่ม | ทำอะไร |
|---|---|
| ลูกศรขึ้น / ลง, Page Up / Page Down, Home / End | เลื่อนระหว่างรายการ |
| Space | ติ๊กเลือก / ยกเลิกเลือก |
| Delete | เปิดหน้าต่างลบ |
6.8 แจ้งเตือนโฟลเดอร์หาย
ถ้าโฟลเดอร์ใน Extra model paths ไม่มีอยู่จริง (ถูกลบ, ไดรฟ์ภายนอกไม่ได้เสียบ หรือเป็นโฟลเดอร์ที่ไม่ได้ถูกสร้าง) จะขึ้นแถบ Some model folders are unavailable พร้อมรายชื่อโฟลเดอร์ โมเดลที่เคยเห็นจะยังแสดงอยู่จนกว่าโฟลเดอร์จะกลับมา แก้ได้โดยสร้างโฟลเดอร์ตามรายชื่อ (หรือเสียบไดรฟ์) แล้วกด Rescan
7. หน้า Custom Nodes
7.1 ก่อนเริ่ม ต้องปิด ComfyUI
การติดตั้ง/อัปเดต/ปิดใช้งาน/ถอน Custom Node ต้องทำตอน ComfyUI ปิดอยู่ ถ้ายังเปิดอยู่จะมีแถบ ComfyUI is running ให้กด Stop ComfyUI ได้ทันที
ตารางจะแสดง Node ที่ติดตั้งไว้ กรองได้ตามแหล่งที่มา (Registry, Git, Manual) และสถานะ (เปิด/ปิดใช้งาน)
- Source ติดตั้งจาก Registry, Git หรือ Manual (วางเองในโฟลเดอร์
custom_nodesหรือติดตั้งผ่าน ComfyUI-Manager) - State ENABLED / DISABLED
- Dependencies DEPS OK, DEPS NOT RUN หรือ DEPENDENCIES FAILED
- Git health CLEAN = ไม่มีการแก้ไฟล์ใน Repository
ComfyUI-Manager ที่ติดตั้งตอน Setup จะแสดงเป็น Origin Observed และ DEPS NOT RUN ถึงแม้ Setup จะติดตั้ง Requirements ให้แล้ว เป็นเรื่องปกติ ใช้งานได้ตามปกติ
7.2 ค้นหาจาก Comfy Registry
กด Browse Registry แล้วพิมพ์ชื่อในช่องค้นหา แต่ละ Node จะแสดงผู้เผยแพร่ คำอธิบาย ยอดดาวน์โหลด ดาว GitHub เวอร์ชันล่าสุด และความเข้ากันได้ (OS, Accelerator, ComfyUI) ผลลัพธ์จะถูก Cache ไว้ (ตั้งเวลาได้ใน Settings) กด Refresh เพื่อโหลดใหม่ ถ้า Registry ล่มจะแสดงข้อมูลเก่าพร้อมบอกว่าเป็นข้อมูลเก่า
ถ้า Node ถูก Registry ติดธง (FLAGGED), เลิกพัฒนา หรือไม่รองรับเครื่องเรา จะมีป้ายเตือนแสดงไว้ชัดเจน ควรอ่านก่อนติดตั้ง
7.3 ติดตั้งจาก Registry
กด Install ที่ Node ที่ต้องการ เลือก Registry release (หรือ Git repository) และใส่ Version ถ้าต้องการเวอร์ชันเฉพาะ (เว้นว่าง = ล่าสุด) แล้วกด Prepare review
7.4 หน้า Review ก่อนติดตั้ง (สำคัญ)
ทุกการติดตั้ง/อัปเดตจะมีหน้า Review custom node plan ให้ตรวจก่อนเสมอ ยังไม่มีอะไรถูกติดตั้งจนกว่าจะยืนยัน โดยจะแสดง
- Resolved source เวอร์ชันหรือ Commit ที่จะติดตั้งแบบเจาะจง
- Tree identity / Artifact SHA-256 ลายนิ้วมือของไฟล์ที่จะติดตั้ง
- Dependencies ที่ต้องติดตั้งเพิ่ม และคำเตือนทั้งหมด
ต้องติ๊กยืนยันเองทุกครั้ง
- I allow this exact source to execute third-party code ยอมให้รันโค้ดของ Node นี้ (บังคับ)
- I acknowledge all displayed warnings ยอมรับคำเตือน (มีเมื่อมีคำเตือน)
- Remember this source as trusted จำแหล่งนี้ไว้ว่าเชื่อถือได้ (ไม่บังคับ และไม่ได้ข้ามการยืนยันครั้งต่อไป)
- ถ้า Node มีไฟล์
install.pyจะมีช่องแยกให้ติ๊กว่าอนุญาตให้รันหรือไม่ (ไม่ได้ติ๊กไว้ให้)
กด Apply reviewed plans เพื่อติดตั้ง หรือ Discard plans เพื่อยกเลิก
Custom Nodes คือโค้ดของบุคคลที่สาม Python venv ไม่ใช่ Sandbox และการติดตั้ง Dependencies ย้อนกลับไม่ได้ ติดตั้งเฉพาะ Node ที่ไว้ใจเท่านั้น โปรแกรมจะ ไม่ยอมให้ Node ไหนเปลี่ยน torch / torchvision / torchaudio / Triton ถ้า Requirements ขัดกัน จะเตรียมแผนไม่ผ่านและไม่มีอะไรถูกเปลี่ยน
7.5 ติดตั้งจาก Git
กด Install from Git ใส่ Repository URL (เช่น https://github.com/rgthree/rgthree-comfy) และ Branch, tag or commit ถ้าต้องการ (เว้นว่าง = Branch หลัก) แล้วกด Prepare review
หน้า Review จะแสดง URL พร้อม Commit ที่จะติดตั้งแบบเจาะจง ติ๊ก I allow this exact source to execute third-party code แล้วกด Apply reviewed plans
ติดตั้งเสร็จจะขึ้น Installed rgthree-comfy. และแถบ Restart ComfyUI to load the changes กด Restart ComfyUI เพื่อให้ ComfyUI โหลด Node ใหม่
7.6 จัดการ Node ที่ติดตั้งแล้ว
คลิกที่ Node ในตารางจะมีปุ่มด้านขวา
- Update อัปเดต Node โปรแกรมจะตรวจ Repository ก่อน (Branch, Commit, Ahead / behind, มีการแก้ไฟล์หรือไม่) แล้วกด Prepare update เพื่อดูแผนและยืนยันเหมือนตอนติดตั้ง ถ้าเป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่แล้วจะขึ้น Already up to date และไม่มีอะไรเปลี่ยน Node จาก Git ที่มีการแก้ไฟล์เองหรือประวัติแยกทาง จะไม่ยอมอัปเดตเพื่อไม่ให้ไฟล์เราหาย
- Retry dependencies ติดตั้ง Dependencies ใหม่ (ใช้เมื่อขึ้น DEPENDENCIES FAILED)
- Disable ปิดใช้งาน โดยย้ายโฟลเดอร์ไปไว้ที่
custom_nodes\.disabled(แบบเดียวกับ ComfyUI-Manager) ไม่มีอะไรถูกลบ กด Enable เพื่อเปิดกลับ - Uninstall ถอนการติดตั้ง โฟลเดอร์จะไปอยู่ใน Recycle Bin ส่วน Python Package ที่ติดตั้งให้ Node นั้นจะยังอยู่ (เพราะ Node อื่นอาจใช้ร่วมกัน)
- Open repository เปิดหน้า GitHub ของ Node
Update all (ปุ่มด้านบน มีตัวเลขบอกจำนวน) จะเตรียมแผนอัปเดตทีละ Node ให้ตรวจ แล้วอัปเดตตามลำดับ ติ๊กเลือกบาง Node ในตารางแล้วปุ่มจะเปลี่ยนเป็น Update selected
7.7 Operations (ประวัติการทำงาน)
ด้านล่างของหน้ามีส่วน Operations แสดงผลการทำงานล่าสุด (COMPLETED / FAILED) กด Details เพื่อดู Log ของแต่ละครั้ง
- ถ้าโปรแกรมหรือเครื่องดับระหว่างติดตั้ง Node ครั้งถัดไปโปรแกรมจะเก็บกวาดให้เอง ถ้าไม่แน่ใจว่าไฟล์ไหนถูกต้อง จะเก็บไว้ไม่ลบ และงานนั้นจะมีป้าย Blocks start (Start ComfyUI ไม่ได้จนกว่าจะแก้) ให้กด Rescan / finish recovery
- ถ้ามีแผนที่เตรียมไว้แต่ยังไม่ได้ยืนยัน (เช่นปิดโปรแกรมไปก่อน) จะมีปุ่ม Resume review และ Discard โดยช่องยืนยันทุกช่องจะว่างใหม่ทุกครั้ง
8. หน้า Environment (Python Environment)
8.1 ข้อมูล Environment
แสดง Environment ที่ใช้อยู่ ทั้งเวอร์ชัน Python, ตำแหน่ง venv, Profile, torch / CUDA, Triton และเวอร์ชัน / Commit ของ ComfyUI พร้อมป้ายสถานะ (เช่น verified)
- Protected pins and verification report ดูเวอร์ชัน torch, torchvision, torchaudio และ Triton ที่ถูกล็อกไว้ ไม่ให้อะไรมาเปลี่ยน
- Refresh environment โหลดข้อมูลใหม่
- Stored accelerator results ผลการติดตั้ง Accelerator แต่ละตัวตอน Setup
8.2 Installed packages
ดูรายการ Python Package ทั้งหมด พิมพ์ค้นหาได้ (แสดงหน้าละ 100 รายการ)
8.3 Change packages (ติดตั้ง / อัปเกรด / ถอน Package)
- เลือก Operation เป็น Install, Upgrade หรือ Uninstall
- ใส่ชื่อ Package ใน Package requirement เช่น
humanizeหรือnumpy==2.2.6 - กด Preview package change จะเห็นแผนว่าจะติดตั้ง/อัปเกรด/ลบอะไรบ้าง
- กด Apply this plan เพื่อยืนยัน หรือ Close preview เพื่อยกเลิก
- ต้องปิด ComfyUI ก่อน
- ถ้าการเปลี่ยนนี้ต้องแตะ torch / CUDA / Triton จะแจ้งให้ยืนยันแยกต่างหาก ถ้าไม่ยืนยันจะไม่ทำ
- การเปลี่ยน Package ย้อนกลับไม่ได้ ถ้าล้มเหลวกลางทาง Environment จะถูกตั้งเป็น repair required ให้กด Repair
8.4 Re-setup (ซ่อม / เปลี่ยนเวอร์ชัน)
| ปุ่ม | ใช้เมื่อ |
|---|---|
| Repair | Environment มีปัญหา, ขึ้น repair required หรือ torch ถูกเปลี่ยน (pin drift) ตรวจก่อน แล้วสร้างตัวใหม่ถ้าจำเป็น |
| Change torch / CUDA | เปลี่ยน PyTorch / CUDA โดยใช้ Python เวอร์ชันเดิม |
| Change Python | เปลี่ยนไปใช้ Python เวอร์ชันอื่น |
| Switch to custom venv | ใช้ venv ของตัวเอง |
กดแล้วจะเข้า Wizard แบบเดียวกับตอนติดตั้ง โดยเริ่มที่ขั้น Hardware และมีกล่อง Re-setup preserves user data แจ้งว่าโมเดล ไฟล์ของเรา และ Custom Nodes จะไม่ถูกแตะ
ในขั้น Profile ตัวเลือกที่ใช้กับโหมดนั้นไม่ได้จะถูกปิดพร้อมบอกเหตุผล เช่นโหมด Change torch / CUDA จะเลือกได้เฉพาะ Profile ที่ Python เวอร์ชันเดียวกับของเดิม (This mode requires the selected environment's Python minor version)
ทำไมถึงปลอดภัย โปรแกรมจะสร้าง Environment ใหม่ ข้าง ๆ ของเดิม และติดตั้ง Requirements ของ Custom Nodes ที่มีให้ด้วย ถ้าผ่านการตรวจสอบจึงสลับไปใช้ตัวใหม่ ถ้าไม่ผ่าน ตัวเดิมยังใช้ได้ตามปกติ ComfyUI ยัง Start ได้
8.5 ลบ Environment เก่า
หลัง Re-setup ตัวเก่าจะยังเก็บไว้ ถ้าต้องการคืนพื้นที่ ให้พิมพ์ ID ของ Environment เก่า (ขึ้นต้นด้วย env-) ในช่อง Inactive app-owned environment ID แล้วกด Review environment deletion ลบได้เฉพาะตัวที่ไม่ได้ใช้งานอยู่และโปรแกรมเป็นคนสร้าง venv ของเราเองที่ Adopt มาจะไม่ถูกลบเด็ดขาด
9. หน้า Settings
9.1 Preferences
| ตั้งค่า | ค่าเริ่มต้น | ความหมาย |
|---|---|---|
| Parallel downloads | 3 | จำนวนไฟล์ที่ดาวน์โหลดพร้อมกัน (1 ถึง 32) |
| Hugging Face download engine | hf CLI | hf CLI รองรับไฟล์ Xet ของ HF แต่ Pause แล้วเริ่มใหม่จาก 0% / Native downloader Resume ต่อได้ |
| When closing the window | Ask every time | ถามทุกครั้ง / Stop ComfyUI and quit / Keep ComfyUI running in the background |
| Theme | System | System, Light หรือ Dark |
| Registry cache lifetime (hours) | 6 | เก็บผลค้นหา Comfy Registry ไว้กี่ชั่วโมง |
| Bandwidth cap (KiB/s) | ว่าง (ไม่จำกัด) | จำกัดความเร็วดาวน์โหลดรวมทุกไฟล์ มีผลกับไฟล์ที่กำลังโหลดอยู่ทันที |
แก้เสร็จกด Save settings
9.2 Access tokens
ใส่ Token ของ CivitAI และ Hugging Face สำหรับโมเดลที่ต้อง Login หรือขอสิทธิ์
- วาง Token ในช่อง Paste token แล้วกด Set
- กด Test เพื่อทดสอบว่า Token ใช้ได้
- กด Clear เพื่อลบ Token
- Token ถูกเก็บใน Windows Credential Manager (OS keyring) ไม่ถูกเขียนลงฐานข้อมูลหรือ Log และจะไม่ถูกแสดงกลับมาให้เห็นอีก หน้าจอจะแสดงแค่ SET / NOT SET
- Token ของ CivitAI ถูกส่งไปที่ CivitAI เท่านั้น และของ Hugging Face ส่งไปที่ Hugging Face เท่านั้น
- วิธีขอ Token ดูได้ที่ วิธีการขอ CivitAI API Key และ วิธีการขอ Huggingface Access Token
9.3 Environment setup, App updates และ Diagnostics
- Environment setup ปุ่มลัด Repair, Change torch / CUDA, Change Python, Switch to custom venv (เหมือนในหน้า Environment)
- App updates แสดงเวอร์ชันที่ติดตั้ง ถ้า Build นั้นตั้งค่าแหล่งอัปเดตไว้ จะมีปุ่ม Check for updates และ Install and restart (ตรวจลายเซ็นก่อนติดตั้ง) ถ้าขึ้น This build has no update source configured แปลว่า Build นี้อัปเดตตัวเองไม่ได้ ให้ดาวน์โหลดตัวติดตั้งใหม่มาติดตั้งทับแทน
- Diagnostics กด Copy diagnostics เพื่อคัดลอกรายงานไว้แจ้งปัญหา (ถ้าคัดลอกไม่ได้ จะแสดงเป็นกล่องข้อความให้เลือกคัดลอกเอง)
10. การแก้ปัญหาที่พบบ่อย
หาโฟลเดอร์ติดตั้งไม่เจอ (Install recovery required)
ถ้าโฟลเดอร์ติดตั้งหายไป (ย้าย/เปลี่ยนชื่อ/ไดรฟ์ไม่ได้เสียบ) เปิดโปรแกรมจะเจอหน้า Install recovery required พร้อม Path เดิม
- Locate existing install ชี้ไปที่โฟลเดอร์ติดตั้งเดิมที่ย้ายไป โปรแกรมจะรีสตาร์ทมาใช้โฟลเดอร์นั้น
- Create new install เลือกโฟลเดอร์ว่างเพื่อติดตั้งใหม่ (จะเข้า Setup Wizard)
- Recheck installation ตรวจใหม่ ถ้าเพิ่งเสียบไดรฟ์กลับ ให้ปิดแล้วเปิดโปรแกรมใหม่
ทั้งสองแบบจะไม่เขียนทับการติดตั้งที่มีอยู่
ย้าย / Copy โฟลเดอร์ติดตั้งไปที่อื่น (Rebuild environment)
Python venv จำ Path เดิมไว้ ถ้า Copy หรือย้ายโฟลเดอร์ทั้งก้อนไปที่ใหม่ เปิดโปรแกรมจะขึ้นหน้า Rebuild environment ให้สร้าง Python Environment ใหม่ในตำแหน่งใหม่ (โมเดล, Custom Nodes, ไฟล์ input / output, Launch options ยังอยู่ครบ) ถ้าล้มเหลวกด Retry same run หรือ Start fresh rebuild เสร็จแล้วโปรแกรมจะรีสตาร์ทเอง
Environment ขึ้น repair required หรือ pin drift
เกิดจากติดตั้ง Package / Dependencies ของ Node แล้วล้มเหลวกลางทาง หรือ torch ถูกเปลี่ยนเวอร์ชัน ให้กด Retry dependencies ที่ Node นั้น หรือกด Repair ในหน้า Environment / Settings
ปิดโปรแกรมไม่ได้ ขึ้น "Maintenance is in progress"
มีงานกำลังทำอยู่ (เช่นติดตั้ง Node, อัปเดต ComfyUI หรือสแกน Node หลังกด Stop) รอสักครู่แล้วปิดใหม่ ข้อความ maintenance_busy ก็ความหมายเดียวกัน คือรอให้งานก่อนหน้าเสร็จ
เปิดโปรแกรมแล้วขึ้น WebView2 error
เกิดเมื่อเพิ่งบังคับปิดโปรแกรม (เช่นปิดจาก Task Manager) แล้วเปิดใหม่ทันที ให้รอ 2 ถึง 3 วินาทีแล้วเปิดใหม่ ปิดโปรแกรมด้วยปุ่มปิดปกติจะไม่เจอปัญหานี้
Path ยาวเกิน
เปิด Windows Long Paths และใช้ Install root สั้น ๆ เช่น C:\vjc หรือ D:\vjumpkung-comfyui
ดู Log ได้ที่ไหน
| ไฟล์ | เนื้อหา |
|---|---|
data\logs\app.log | Log ของโปรแกรม |
data\logs\comfyui-*.log | Log ของ ComfyUI แยกไฟล์ต่อการเปิดแต่ละครั้ง |
data\logs\setup-*.log | Log ของการติดตั้งแต่ละครั้ง |
11. ไฟล์ถูกเก็บไว้ที่ไหน และการถอนการติดตั้ง
ทุกอย่างอยู่ใน Install root ที่เลือกไว้
| โฟลเดอร์ | เก็บอะไร |
|---|---|
ComfyUI\ | ตัว ComfyUI (Git) รวม models, custom_nodes, user, input, output |
ComfyUI\custom_nodes\.disabled\ | Custom Nodes ที่ปิดใช้งาน |
envs\ | Python Environment (มีได้หลายตัว) |
tools\ | เครื่องมือที่โปรแกรมใช้ (uv, Git, hf, gdown) |
data\app.db | ฐานข้อมูลการตั้งค่า คิวดาวน์โหลด คลังโมเดล (ไม่มี Token) |
data\logs\ | ไฟล์ Log |
data\backups\ | Backup ของ extra_model_paths.yaml |
ไฟล์เดียวที่อยู่นอก Install root คือ %APPDATA%\vjumpkung-comfyui\bootstrap.json ซึ่งจำว่าใช้ Install root ไหน และ Token ที่เก็บใน Windows Credential Manager
การถอนการติดตั้ง ถอนโปรแกรมได้จาก Windows Settings → Apps → Installed apps ส่วนโฟลเดอร์ Install root (ComfyUI, โมเดล, Environment) เป็นข้อมูลของเรา ถ้าต้องการลบทั้งหมดให้ สำรองโมเดลที่ต้องการเก็บไว้ก่อน แล้วลบโฟลเดอร์ Install root เอง
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ใช้งาน vjumpkung ComfyUI Desktop ได้ครบทุกฟีเจอร์ ถ้าเจอปัญหา ให้กด Copy diagnostics แล้วส่งรายงานมาได้เลย
